3 แฟรนไชส์ น่าลงทุน

az12

1.ซูโม่ ลูกชิ้นปลาระเบิดพุงแตก (Sumo Fishball) เป็นแฟรนไชส์ที่ตอบสนองความต้องการของท่านที่ต้องการขายลูกชิ้นปลาระเบิดเกรด A ลูกละ 1 บาท ซึ่งจะทำขายง่ายและซื้อง่าย จะขายหรือซื้อกี่ลูกก็ได้ ไม่ว่าจะ 5 ลูก 10 ลูก หรือ 20 ลูกก็ขายได้ ทำให้ท่านสามารถขายได้ทุกกลุ่มของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก เด็กโต หรือผู้ใหญ่ มีเงินมาก เงินน้อยก็สามารถชิมความอร่อย ของลูกชิ้นปลาระเบิดซูโม่ได้ ซูโม่ลูกชิ้นปลาระเบิดบาทเดียว เป็นลูกชิ้นปลาทอดเกรด A ผลิตจากปลาทะเลสด ไม่มีสารกันบูด สารบอแรกซ์ โรงงานผู้ผลิตลูกชิ้นซูโม่ได้รับมาตรฐาน GMP, อย., และฮาลาล อีกทั้งได้รับการรับรองความอร่อยจาก เชลล์ชวนชิม ได้รับรางวัลมาตรฐาน และรางวัลมากมาย ทำให้มีผู้สนใจลงทุนกับเราแล้วมากกว่า 800 สาขา เพราะฉะนั้น แฟรนไชส์ซูโม่ลูกชิ้นปลาระเบิดพุงแตกจึงเหมาะสำหรับผู้มีรายได้น้อยแต่ต้องการมีอาชีพเสริม ด้วยเงินลงทุนต่ำ กำไรดี จัดการง่าย คืนทุนเร็ว ค่าแฟรนไชส์ 1,900 บาท ระยะเวลาคืนทุนขึ้นอยู่กับทำเล เฉลี่ยไม่เกิน 1 เดือน

2.ไก่ทอดสมุนไพรเชียงคำ (Kaitodsamunprai Chiangkham) เป็นร้านขายไก่ทอดสมุนไพร ที่แตกต่างจากไก่ทอดทั่วไป กรอบนอก นุ่มใน หอมสมุนไพรเข้าเนื้อใน ลงทุนต่ำ ทำง่าย ขายดี ไม่เสียค่าแฟรนไชส์ที่ต้องจ่ายรายเดือน เสียค่าสูตรเพียงครั้งเดียว เรียนได้ด้วยตัวเองจนประกอบอาชีพได้จริง เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นธุรกิจ ใช้เงินลงทุนต่ำ ไม่มีข้อผูกมัดใดๆ เป็นเจ้าของสูตรด้วยตัวเอง กำหนดราคาขายด้วยตัวเอง ผลตอบแทนไม่ต้องแบ่งให้เจ้าของแฟรนไชส์ ไม่ต้องชื้อวัตถุดิบใดๆ หาชื้อได้เองตามท้องตลาดใกล้บ้าน ด้วยรสชาติอร่อยกว่าไก่ทอดทั่วไป กลิ่นหอม สีสวย ไม่อมน้ำมัน เนื้อนุ่มร่อนไม่ติดกระดูก มีทั้งสูตรสมุนไพรจีน และสมุนไพรไทย ค่าแฟรนไชส์ (ค่าสูตร) 2,900 บาท ระยะเวลาคืนทุน 1 เดือน

3.ใจแอ้นลูกชิ้นปลาระเบิดเถิดเทิง (Giant Lookchin) เป็นแฟรนไชส์ลูกชิ้นปลาระเบิดเจ้าแรกและเจ้าเดียว ที่ได้รับการรับรองแฟรนไชส์มาตรฐานจากกระทรวงพาณิชย์ (DBD) รางวัลแฟรนไชส์คุณภาพ และเป็นแฟรนไชส์ที่มีการเติบโตสูงสุดประจำปี 2555 (TFBO) เพราะเจ้าของแฟรนไชส์ได้มีการพัฒนาสินค้าและทำการตลาดตลอดเวลา เพื่อตอบสนองท่านที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง ให้สามารถประกอบอาชีพ และมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัวได้อย่างมีความสุข การันตีความอร่อยโดยเชลล์ชวนชิม, ถนัดศรีชวนชิม, รายการ SME ชี้ช่องรวย (ช่อง 11), มติชนรายสัปดาห์ และนิตยสารสร้างอาชีพทุกฉบับ ที่สำคัญโรงงานผลิตลูกชิ้น ได้รับมาตรฐาน GMP อย. และฮาลาล ไจแอ้นลูกชิ้นระเบิดเถิดเทิง เป็นธุรกิจแฟรนไชส์จำหน่ายลูกชิ้นปลาระเบิด ลูกชิ้นกุ้งระเบิด ปลาเส้น และปลาเยาวราช มีสินค้าหลากหลายให้เลือกจำหน่ายเพื่อเพิ่มรายได้ และเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยมีน้ำจิ้มรสเด็ด อร่อยไม่เหมือนใคร เป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้บริโภคทุกเพศ ทุกวัย ค่าแฟรนไชส์ 2,900 บาท ระยะเวลาคืนทุนไม่เกิน 1 เดือน
 

ระบบการรักษาความปลอดภัยเครือข่าย

ในระบบเครือข่ายนั้นมีผู้ร่วมใช้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงมีทั้งผู้ที่ประสงค์ดีและประสงค์ร้ายควบคู่กันไป สิ่งที่พบเห็นกันบ่อยๆ ในระบบเครือข่ายก็คืออาชญากรรมทางด้านเครือข่ายคอมพิวเตอร์หลายประเภทด้วยกัน เช่น พวกที่คอยดักจับสัญญาณผู้อื่นโดยการใช้เครื่องมือพิเศษจั๊มสายเคเบิลแล้วแอบบันทึกสัญญาณ พวกแฮกเกอร์ (Hackers) ซึ่งได้แก่ ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญด้านคอมพิวเตอร์เข้าไปเจาะระบบคอมพิวเตอร์ผ่านเครือข่าย หรือไวรัสคอมพิวเตอร์ (Virus Computer) ซึ่งเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เขียนขึ้นมาโดยมุ่งหวังในการก่อกวน หรือทำลายข้อมูลในระบบการรักษาความปลอดภัยในระบบเครือข่ายมีวิธีการกระทำได้หลายวิธีคือ

716231763

การระมัดระวังในการใช้งาน การติดไวรัสมักเกิดจากผู้ใช้ไปใช้แผ่นดิสก์ร่วมกับผู้อื่น แล้วแผ่นนั้นติดไวรัสมา หรืออาจติดไวรัสจากการดาวน์โหลดไฟล์มาจากอินเทอร์เน็ต

หมั่นสำเนาข้อมูลอยู่เสมอ การป้องกันการสูญหายและถูกทำลายของข้อมูล

ติดตั้งโปรแกรมตรวจสอบและกำจัดไวรัส วิธีการนี้ สามารตรวจสอบ และป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์ได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่เป็นการป้องกันได้ทั้งหมด เพราะว่าไวรัสคอมพิวเตอร์ได้มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

การติดตั้งไฟร์วอลล์ (Firewall) ไฟร์วอลล์จะทำหน้าที่ป้องกันบุคคลอื่นบุกรุกเข้ามาเจาะเครือข่ายในองค์กรเพื่อขโมยหรือทำลายข้อมูล เป็นระยะที่ทำหน้าที่ป้องกันข้อมูลของเครือข่ายโดยการควบคุมและตรวจสอบการรับส่งข้อมูลระหว่างเครือข่ายภายในกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

การใช้รหัสผ่าน (Username & Password) การใช้รหัสผ่านเป็นระบบรักษาความปลอดภัยขั้นแรกที่ใช้กันมากที่สุด เมื่อมีการติดตั้งระบบเครือข่ายจะต้องมีการกำหนดบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านหากเป็นผู้อื่นที่ไม่ทราบรหัสผ่านก็ไม่สามารถเข้าไปใช้เครือข่ายได้หากเป็นระบบที่ต้องการความปลอดภัยสูงก็ควรมีการเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อย ๆ เป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง

 

ระบบการรักษาความปลอดภัยในเว็บไซต์

ระบบการรักษาความปลอดภัยในเว็บไซต์
ในประเทศไทยประเด็นเรื่องความไม่ปลอดภัยในการใช้งานเว็บไซต์เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้การพัฒนาด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ยังไม่มีผู้ใช้งานมากเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความไม่ปลอดภัยจริงๆ แต่บางส่วนเกิดจากความไม่เข้าใจอันจะนำไปสู่ความไม่น่าเชื่อถือ ทำให้การพัฒนาอีคอมเมิร์ซไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควรความปลอดภัยจะครอบคลุมถึงความปลอดภัยในเรื่องของข้อมูลเป็นสำคัญ เนื่องจากอีคอมเมิร์ซเป็นการทำงานอยู่บนระบบอินเตอร์เน็ตทำให้ข้อมูลที่อยู่บนระบบสามารถเข้าถึงได้ง่ายโดยเฉพาะข้อมูลที่สำคัญ เช่นข้อมูลด้านการเงินที่ต้องมีมาตราการรักษาความปลอดภัยให้ดีที่สุด จริงๆ แล้ว การชำระสินค้าออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต ถือว่าเป็นวิธีการจ่ายเงินที่สะดวกและปลอดภัยทางหนึ่งบนโลกออนไลน์ เพราะมีบริษัทบัตรเครดิตคุ้มครองการชำระเงินอยู่ อีกทั้งยังมีรอบจ่ายที่ยืดเวลาทำให้ขณะที่ตัดผ่านบัตรเครดิตยอดเงินยังไม่ได้ถูกชำระจริงในเวลาที่ซื้อนี่ยังไม่รวมโปรโมชั่นต่างๆ ของบริษัทบัตรเครดิตที่มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าในการใช้วงเงิน แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้ผู้ซื้อกลับไม่มั่นใจในการชำระสินค้าออนไลน์ ด้วยวิธีนี้มากนักอาจเพราะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการขโมยข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิตของแฮกเกอร์ แต่กลับไม่กลัวในการใช้บัตรเครดิตกับร้านค้าย่อยๆ ไม่เคยตามพนักงานเข้าไปดูว่ามีการทำอะไรกับบัตรเครดิตเราบ้างเพราะมั่นใจว่าเป็นร้านที่มีตัวตน

มาตราการรักษาความปลอดภัยโดยทั่วไปจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาสร้างระบบป้องกัน โดยจะใช้การเข้ารหัสเป็นหลักในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล สำหรับเว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซที่มีการทำธุรกรรมทางออนไลน์ ส่วนใหญ่จะมีรหัสป้องกัน หรือใช้บริการของหน่วยงานที่มีการเข้ารหัส สังเกตได้จากชื่อโปรโตคอลที่เป็น https:// จะมีรูปแม่กุญแจที่ด้านล่างบราวเซอร์ที่ใช้งาน SSL (Secure Sockets Layer) คือ ระบบการรักษาความปลอดภัยในเว็บไซต์ โดยการเข้ารหัส (encrypt) ข้อมูลตัวมันเอง ใช้สำหรับการตรวจสอบ และยืนยันว่ามีตัวตนจริง ซึ่งสามารถนำมาตรวจสอบผู้ขายสินค้า โดยระบบจะทำการติดต่อไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่มีระบบ SSL หลังจากนั้นจะส่งใบรับรอง (server Certificate) กลับมาพร้อมการเข้ารหัส จากนั้นคอมพิวเตอร์ของฝั่งผู้รับจะทำการตรวจสอบใบรับรองอีกที เพื่อตรวจสอบตัวตนของฝั่งผู้ค้า ทำให้การติดต่อสื่อสารถึงกันได้อย่างปลอดภัย

เทคนิคการตั้งรหัสผ่านให้ปลอดภัย

ในการเก็บข้อมูลที่สำคัญไว้ในคอมพิวเตอร์ของเราอาจไม่ใช่เรื่องยากที่บุคคลอื่นจะเข้าถึง แฮกเกอร์ใช้เครื่องมือด้านซอฟต์แวร์ที่มีความสามารถในการเข้าถึงรหัสผ่านที่คล้ายกันนับพันได้อย่างรวดเร็ว เพื่อค้นหารหัสผ่านที่เดาได้ง่าย เราสามารถช่วยป้องกันความปลอดภัยของเราได้โดยการใช้รหัสผ่านที่ยากต่อการคาดเดาก็สามารถป้องกันการโขมยข้อมูลได้แล้ว

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ Social network มากมาย เช่น Facebook Twitter Instagram ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะจำพาสเวิร์ดได้หมด ไหนจะข้อมูลทางการเงินจากหลายธนาคาร ทำให้การตั้งพาสเวิร์ดการเป็นเรื่องที่ยากที่จะตั้งและยากที่จะจำขึ้นทุกวัน ใรบทความนี้จึงขอแนะนำวิธีตั้ว Password ให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

1.ห้ามใช้รหัสเดียวกันกับทุกเว็บไซต์ เพราะถ้ามีคนได้พาสเวิร์ดเราไป เค้าสามารถเอาไปลองได้กับทุกเว็บ ดังนั้น ควรตั้งให้แตกต่างกันเข้าไว้ หรือถ้าขี้เกียจจริงๆอาจตั้งพาสเวิร์ดหลักไว้ก่อน จากนั้นค่อยเติมชื่อย่อเว็บทีหลังก็ได้เช่นกัน

2.ห้ามใช้คำทั่วๆไป คำที่ไม่มีในดิคชันนารี่ เดายากกว่าคำที่มีในดิคชั่นนารี่เสมอ ส่วนพาสเวิร์ดที่เป้นตัวเลขล้วนๆเช่น 12345678 ถือเป็นของต้องห้ามเพราะเดาง่ายสุดๆ

3.ตั้งให้ยาวๆเข้าไว้ เว็บไซท์ในทุกวันนี้มักจะต้องการพาสเวิร์ดความยาว 8 ตัวอักษรเป็นขั้นต่ำอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการความปลอดภัยจริงๆ 10 ตัวอักษรจะดีกว่า

4.ตัวเลขและเครื่องหมายต่างๆลงในพาสเวิร์ด โอกาสที่จะเดาพาสเวิร์ดถูกจะมีแค่ 1 ในหลายแสนล้าน  1A2b3C4d จะเดาสุ่มหรือใช้โปรแแกรมช่วยเดาได้ยากกว่า 1a2b3c4d หลายพันเท่า

5.พิมพ์พาสเวิร์ดภาษาอังกฤษด้วยคีย์บอร์ดภาษาไทย วิธีนี้นอกจากจะจำได้ง่ายแล้ว พาสเวิร์ดยังมี่ความปลอดภัยสูงมาก

6.อย่าส่งรหัสผ่านให้ใครไม่ว่ากรณีใดๆ เช่น ทางวาจา อีเมล์ msn และ sms ให้จำไว้เสมอว่า มันคือ รหัสลับที่ไม่ควรส่งไปให้ใครเด็ดขาด

7.เปลี่ยนรหัสผ่านทุกๆ 3 เดือน เพื่อลดโอกาสที่ใครจะแกะรหัสออก

8.หลีกเลี่ยงการใช้วัน เดือน ปีเกิด ชื่อตัว ชื่อจังหวัด หรือข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเรา มาใช้ในการตั้งรหัสผ่าน

จะเห็นได้ว่าการตั้ง Password ที่ถูกวิธีนั้นค่อนข้างยาก และใช้เวลา เมื่อนำมาใช้ในระยะแรกจะไม่สะดวก เพราะจำยาก แต่เป็นเพียงช่วงแรกๆ เท่านั้น หลังจากนั้นก็จะจำได้เอง การใช้งานก็จะคล่องตัวขึ้น และโอกาสที่จะถูกลักลอบนำไปใช้ก็ยากขึ้น

การจัดการความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์และเว็บแอพพลิเคชั่น

ปัจจุบันเว็บไซต์และการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสื่อประชาสัมพันธ์และเป็นช่องทางการตลาดของหลายองค์กร ซึ่งจะทำอย่างไรให้ข้อมูลที่มีการส่งผ่านครือข่ายเหล่านั้นมีความมั่นคงปลอดภัยเมื่อมีการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการชำระเงิน ดังนั้น การพัฒนาเพื่อช่วยให้ผู้ค้าทุกรายทั่วโลกมีมาตรการด้านความปลอดภัยของข้อมูลที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน จึงมีข้อกำหนดของมาตรฐาน PCI DSS บางข้อที่เป็นการสร้างความปลอดภัยเบื้องต้นแก่เว็บไซต์ และเว็บให้บริการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ในการจัดการเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยนั้นจะอยู่ในส่วนที่เป็น Server Side System ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของผู้ค้า เจ้าของเว็บไซต์หรือผู้ดูแลระบบ และผู้พัฒนาเว็บไซต์ที่ควรพิจารณาและดำเนินการเพื่อเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยแก่ระบบสารสนเทศ ดังนี้
– เปิด services และโปรโตคอล เฉพาะที่มีการใช้งานในเครื่องให้บริการ และอุปกรณ์เครือข่ายที่จำเป็นต้องใช้งานเท่านั้น เพื่อลดช่องทางการถูกโจมตี หรือเข้าถึงระบบโดยผู้ไม่ประสงค์ดี
– ปรับแต่งค่าคอนฟิกูเรชันของเครื่องให้บริการให้มีความมั่นคงปลอดภัยทั้งในระดับระบบปฏิบัติการ ระดับโปรแกรมประยุกต์ รวมทั้งอุปกรณ์เครือข่ายที่สนับสนุนการทำงานของบริการเว็บไซต์ เพื่อลดการโจมตีระบบ
– ยกเลิกฟังก์ชันของระบบปฏิบัติการและโปรแกรมประยุกต์ ที่มีการติดตั้งบนเครื่องให้บริกา และอุปกรณ์เครือข่ายที่สนับสนุนการทำงานของบริการเว็บไซต์ที่ไม่มีการใช้งาน เพื่อลดเครื่องมือที่อาจถูกใช้โจมตีระบบ
– เข้ารหัสข้อมูล และช่องทางการเชื่อมต่อสื่อสารเพื่อจัดการระบบของผู้ดูแลระบบเมื่อมีการเข้าถึงเครื่องให้บริการ หรืออุปกรณ์เครือข่ายที่สนับสนุนการทำงานของบริการเว็บไซต์ โดยเลือกใช้โปรโตคอลที่มีการเข้ารหัสเช่น SSH VPN หรือ SSL เป็นต้น
– ใช้วิธีการเข้ารหัสที่มีความแข็งแกร่งยากต่อการถอดรหัส และเลือกโปรโตคอลที่มีความมั่นคงปลอดภัย เช่น SSL SSH หรือ VPN เป็นต้น
– พัฒนาและดูแลรักษาระบบปฏิบัติการ โปรแกรมประยุกต์ และอุปกรณ์เครือข่ายที่สนับสนุนการทำงานของการให้บริการเว็บไซต์ ให้มีความมั่นคงปลอดภัยอยู่เสมอ
– ห้ามเก็บข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตนของลูกค้าภายหลังการพิสูจน์ตัวตนของระบบ เพื่อป้องกันการนำข้อมูลไปใช้สวมรอยทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ดังนั้น สิ่งที่ควรคำนึงถึงด้านการจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ คือ พึงปฏิบัติตามคำแนะนำตามมาตรฐาน อื่น ๆอย่างครบถ้วน แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้หมายความว่าระบบสารสนเทศจะเกิดความปลอดภัยขึ้นที่สุด แต่จะสามารถช่วยลดโอกาสและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับระบบสารสนเทศได้เช่นกัน

การรักษาความปลอดภัย โดยการใช้ password

 

เนื่องจากในปัจจุบันได้มีการใช้อินเตอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลายในการค้นหาข้อมูล เพื่อหาความรู้หรือการติดต่อสื่อสารกัน หรือแม้แต่การทำธุรกรรมต่างๆ ส่งผลให้ทุกวันนี้เรื่องความไม่ปลอดภัยในการใช้งานเว็บไซต์เป็นประเด็นที่สำคัญ ที่ทำให้การพัฒนาด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ยังไม่มีผู้ใช้งานมากเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความไม่ปลอดภัยจริง แต่บางส่วนเกิดจากความไม่เข้าใจอันจะนำไปสู่ความไม่น่าเชื่อถือ ทำให้การพัฒนาอีคอมเมิร์ซ ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร ความปลอดภัยจะครอบคลุมถึงความปลอดภัยในเรื่องของข้อมูลเป็นสำคัญ เนื่องจากอีคอมเมิร์ซเป็นการทำงานอยู่บนระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้ข้อมูลที่อยู่บนระบบสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะข้อมูลที่สำคัญ เช่น ข้อมูลด้านการเงินที่ต้องมีมาตราการรักษาความปลอดภัยให้ดีที่สุด จริงๆ แล้ว การชำระสินค้าออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต ถือว่าเป็นวิธีการจ่ายเงินที่สะดวกและปลอดภัยทางหนึ่งบนโลกออนไลน์ เพราะมีบริษัทบัตรเครดิตคุ้มครองการชำระเงินอยู่ อีกทั้งยังมีรอบจ่ายที่ยืดเวลา ทำให้ขณะที่ตัดผ่านบัตรเครดิตยอดเงินยังไม่ได้ถูกชำระจริงในเวลาที่ซื้อ แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้ผู้ซื้อกลับไม่มั่นใจในการชำระสินค้าออนไลน์ด้วยวิธีนี้ อาจเพราะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการขโมยข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิตของแฮกเกอร์ แต่กลับไม่กลัวในการใช้บัตรเครดิตกับร้านค้าย่อย ๆ ไม่เคยตามพนักงานเข้าไปดูว่ามีการทำอะไรกับบัตรเครดิตบ้าง เพราะมั่นใจว่าเป็นร้านที่มีตัวตน ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยโดยทั่วไปจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาสร้างระบบป้องกัน โดยจะใช้การเข้ารหัสเป็นหลักในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล สำหรับเว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซที่มีการทำธุรกรรมทางออนไลน์ ส่วนใหญ่จะมีรหัสป้องกัน หรือใช้บริการของหน่วยงานที่มีการเข้ารหัสไม่ว่าคุณกำลังขายหรือซื้อสินค้า ควรระมัดระวังกับข้อมูลส่วนตัวและรายละเอียดทางการเงินอยู่ตลอดเวลา เพราะทุกคนสามารถตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงได้ นอกจากนี้ภัยแฝงออนไลน์ ยังประกอบไปด้วย  สารสนเทศมากมายมหาศาลทั้งดีและไม่ดี

จะเห็นได้ว่า การเข้าใช้งานโดยใช้รหัสในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล นั้นจะช่วยให้สามารถที่จะรักษาข้อมูลสำคัญๆ ให้ปลอดภัยจากผู้ที่ไม่ประสงค์ดีได้อีกด้วย

วิธีการป้องกันไฟล์ เมื่อโน้ตบุคสูญหาย

บรรดาไฟล์ต่างๆที่ถูกเก็บไว้ในเครื่อง รวมถึงล็อกอินที่ใช้ในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ล้วนมีความสำคัญมากต่อผู้ใช้งานโน้ตบุค หากทำโน้ตบุคหาย ซึ่งไฟล์เหล่านั้นมีค่ามากกว่าตัวโน้ตบุคเสียอีก รวมไปงานทางธุรกิจที่สำคัญมากมาย บทความนี้จึงนำวิธีในการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่โน้ตบุค

1.ใช้ตัวล็อคติดไว้กับที่ เป็นการป้องกันด้วยวิธีง่ายๆแต่ได้ผลดี ไม่ว่าจะเป็นระห่างเดินทาง การใส่กระเป๋าและคล้องกุญแจเล็กๆไว้ก็ช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง การล็อคไว้กับโต๊ะช่วยทำให้อุ่นใจมากขึ้น

2.ควรนำใส่กระเป๋าแทนการใช้เคสเพียงอย่างเดียว การใส่เคสแล้วถือไปมาเท่ากับว่าเป็นการประกาศให้หลายคนได้ทราบว่าคุณนำโน้ตบุคมาด้วย ซึ่งต่างจากที่นำใส่กระเป๋าเดินทางหรือกระเป๋าเป้ที่อาจมองไม่ออกว่ามีโน้ตบุคมาด้วยหรือไม่ ช่วยหลบสายตาจากพวกมิจฉาชีพได้ นอกจากนี้การใส่ไว้ในกระเป๋าเป้ช่วยลดการกระชากจากมือได้

3.อย่าให้คลาดสายตา เรพาะอาจมีมือดีมาหยิบฉวยไปได้ง่ายๆ ในระหว่างทีเรากำลังเผลอ เพราะมีโอกาสที่จะติดมือคนอื่นไป ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ

4.ทำสำรองข้อมูลเอาไว้อีกชุดเป็นอย่างน้อย การที่สูญเสียโน้ตบุค ก็ไม่เสียไปทั้งหมด เพราะยังมีข้อมูลสำรองเก็บเอาไว้ได้ทำงานบ้าง รวมไปถึงข้อมูลที่มีความเสี่ยง

5.ตั้งรหัสให้ปลอดภัย ตั้งแต่การล็อคอินเข้าเครื่องหรือแอคเคาต์เมล รวมถึงบรรดาเว็บทำธุรกรรมต่างๆ ก็ควรจะต้องตั้งให้ปลอดภัยเช่นกัน ด้วยการวางแผนสำหรับตั้งรหัส ระยะเวลาในการเปลี่ยนรหัสเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง อย่างน้อยคนที่นำเครื่องไปใช้ ไม่สามารถทำธุรกรรมของเราได้นั่นเอง

6.ใช้การยืนยันตัวตนนอกจากการใช้รหัสเพียงอย่างเดียว ทำให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เช่น การตรวจสอบลอยนิ้วมือ หรือตรวจสอบโครงหน้า ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัย

7.ในเรื่องของการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย ในการเชื่อมต่อ WiFi ต้องมั่นใจและตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นบริการจากสถานที่นั้นๆ มีหลายครั้งที่ผู้ไม่หวังดีใช้ Hotspot ใช้ชื่อที่ใกล้เคียงกับสถานที่ เมื่อเราทำการล็อคอิน ทำให้ข้อมูลหลุดไปที่ต่างๆได้

หลากหลายทางออกในการใช้งานอินเตอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและมีความสุข

kids-noutbook
ปัจจุบันการใช้งานระบบอินเทอร์เน็ตมีประโยชน์อย่างมาก จึงทำให้การใช้งานเป็นไปอย่างแพร่หลาย บุคคลที่ใช้อินเทอร์เน็ตจึงมีหลายจุดประสงค์ ทั้งใช้งานในสิ่งที่เป็นประโยชน์ และการใช้งานที่เป็นผลร้ายต่อบุคคลอื่น ซึ่งต้องระมัดระวัง กลุ่มผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตในระดับองค์กร สถาบันการศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ใช้คอมพิวเตอร์มากที่สุด และเป็นกลุ่มที่เสี่ยงกับการโจมตีโดยผู้ไม่หวังดีเพื่อล้วงเอาข้อมูลลับ ทำลายระบบคอมพิวเตอร์ ทุกสิ่งที่คุณเขียนหรือแบ่งปันบนอินเทอร์เน็ต รวมไปถึงบนหน้าเว็บที่ทุกคนสามารถมองเห็นเมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ถือว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ เมื่อคุณโพสต์ข้อมูลแล้ว

แม้ว่าคุณจะลบอย่างทันทีภายหลังจากนั้น ข้อมูลนั้นอาจถูกนำไปส่งต่ออย่างรวดเร็วและง่ายดาย ควรระวังเกี่ยวกับข้อเท็จจริงนี้ก่อนที่คุณจะโพสต์หรือแบ่งปันสิ่งต่างๆบนอินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจำเป็นต้องมีโปรแกรมสแกนดักจับและฆ่าไวรัส ซึ่งอันนี้ควรจะดำเนินการทันทีเมื่อซื้อเนื่องจากไวรัสพัฒนาเร็วมาก มีไวรัสพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นทุกวัน แม้จะติดตั้งโปรแกรมฆ่าไวรัสไว้แล้ว ถ้าไม่ทำการอัพเดทโปรแกรมทางอินเทอร์เน็ต เวลาที่มีไวรัสตัวใหม่ๆแอบเข้ามากับอินเทอร์เน็ต เครื่องคุณก็อาจจะโดนทำลายได้ ซึ่งคุณสามารถไปซื้อแผ่นโปรแกรมหรือจะดาวน์โหลดฟรีโปรแกรมมาใช้ก็ได้

การใช้งานอินเทอร์เน็ตให้ปลอดภัย

1. การตั้งกระทู้ หรือตอบกระทู้ ควรใช้คำที่สุภาพ และไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น
2. ไม่ควรให้ Account อินเทอร์เน็ตกับบุคลอื่นไปใช้งานและควรเปลี่ยนpassword อย่างน้อย 1 เดือน
3. ระวังการจ่ายเงินสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เพราะอาจจะมีผู้อื่นคอยดักจับเลขที่บัตรเครดิตเราในการใช้งานได้
4. ควรทำการตรวจสอบระบบความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอินเทอร์เน็ต
5. ทำการติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสบนเครื่องคอมพิวเตอร์ อย่างน้อย 1 โปรแกรม
6. ไม่ควร Download โปรแกรมจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
7. ไม่ควรรับโปรแกรมหรือเปิดไฟล์ต่างๆจากบุคคลอื่นที่ไม่รู้จักผ่านการใช้งานโปรแกรม MSN, IRC, Pirch และ e-Mail เป็นต้น
8. ไม่ควรนำ E-mail ของตนเองไปลงทะเบียนตามเว็บไซต์ต่างๆ เพราะจะทำให้ได้รับจดหมายขยะจากเว็บไซต์โฆษณาสินค้าหรือเว็บไซต์ที่มีไวรัส
9. ถ้าต้องการความปลอดภัยสูงขึ้นในการใช้งานอินเทอร์เน็ต สามารถติดตั้งโปรแกรม Personal Firewall บนเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อป้องกันผู้บุกรุกจากภายนอกเข้าสู่เครื่องผู้ใช้

ในประเทศไทยประเด็นเรื่องความไม่ปลอดภัยในการใช้งานเว็บไซต์เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด

15

หากเว็บไซต์ที่คุณกำลังใช้งานอยู่ ต้องรับหรือส่งข้อมูลสำคัญๆ โดยที่เว็บไซต์นั้นไม่มีระบบป้องกันและรักษาความปลอดภัยจากการขโมยหรือดักจับข้อมูลเลย คุณอาจตกอยู่ในอันตรายจากพวกแฮคเกอร์ก็เป็นได้ การตัดสินใจติดตั้ง SSL Certificate บนเว็บไซต์ของคุณ จะช่วยให้คุณยิ่งมั่นใจว่า ข้อมูลหรือรหัสผ่านของคุณจะไม่ถูกขโมยไปอย่างแน่นอนเทคนิคการรักษาความปลอดภัย ในที่นี้จะกล่าวถึง 2 ด้าน คือ เทคนิคการรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ในฐานะของเจ้าของเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการให้เว็บไซต์ถูกคุกคามจากผู้ไม่หวังดี หรือผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล และเทคนิคการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ ตลอดจนการสร้างเว็บไซต์ให้เป็นที่น่าเชื่อถือและแสดงออกถึงความปลอดภัยในการเข้ามาใช้งาน

ในประเทศไทยประเด็นเรื่องความไม่ปลอดภัยในการใช้งานเว็บไซต์เป็นประเด็นที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้การพัฒนาด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ยังไม่มีผู้ใช้งานมากเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความไม่ปลอดภัยจริง ๆ แต่บางส่วนเกิดจากความไม่เข้าใจอันจะนำไปสู่ความไม่น่าเชื่อถือ ทำให้การพัฒนาอีคอมเมิร์ซ ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร ความปลอดภัยจะครอบคลุมถึงความปลอดภัยในเรื่องของข้อมูลเป็นสำคัญ เนื่องจากอีคอมเมิร์ซเป็นการทำงานอยู่บนระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้ข้อมูลที่อยู่บนระบบสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะข้อมูลที่สำคัญ เช่น ข้อมูลด้านการเงินที่ต้องมีมาตราการรักษาความปลอดภัยให้ดีที่สุด จริงๆ แล้ว การชำระสินค้าออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต ถือว่าเป็นวิธีการจ่ายเงินที่สะดวกและปลอดภัยทางหนึ่งบนโลกออนไลน์ เพราะมีบริษัทบัตรเครดิตคุ้มครองการชำระเงินอยู่ อีกทั้งยังมีรอบจ่ายที่ยืดเวลา ทำให้ขณะที่ตัดผ่านบัตรเครดิตยอดเงินยังไม่ได้ถูกชำระจริงในเวลาที่ซื้อ นี่ยังไม่รวมโปรโมชั่นต่าง ๆ ของบริษัทบัตรเครดิตที่มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าในการใช้วงเงิน แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้ผู้ซื้อกลับไม่มั่นใจในการชำระสินค้าออนไลน์ ด้วยวิธีนี้มากนัก อาจเพราะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการขโมยข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิตของแฮกเกอร์ แต่กลับไม่กลัวในการใช้บัตรเครดิตกับร้านค้าย่อย ๆ ไม่เคยตามพนักงานเข้าไปดูว่ามีการทำอะไรกับบัตรเครดิตเราบ้าง เพราะมั่นใจว่าเป็นร้านที่มีตัวตน

ไฟร์วอลสามารถป้องกันฐานข้อมูลจากเน็ตเวิร์กภายนอก


อินเตอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญในชีวิตผู้คนในยุคปัจจุบันมาก ช่วยอำนวยความสะดวกในหลายๆด้าน เช่น การสื่อสาร ธุรกิจ การศึกษา หรือเพื่อความบันเทิง ทำให้ภาครัฐและเอกชนมีเน็ตเวิร์กเพื่อเชื่อมต่อเข้าหากัน แต่อย่าลืมว่าการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเข้าหากัน ทำให้ผู้อื่นสามารถสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทได้

การโจมตีผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเพื่อการป้องกันนอกจากคอมเราจะต้องมีซอฟต์แวร์เพื่อป้องกันไวรัสมัลแวร์แล้ว จึงต้องมีโปรแกรม Firewall ด้วย ในความหมายจริงๆ ไฟร์วอล จะหมายถึง กำแพงที่ไว้ป้องกันไฟไม่ให้ลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ส่วนทางด้านคอมพิวเตอร์นั้นก็จะมีความหมายคล้ายๆ กันก็คือ เป็นระบบที่เอาไว้ป้องกันอันตรายจากอินเตอร์เน็ตหรือเน็ตเวิร์กภายนอกนั่นเอง

Firewall คือซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์
ทำหน้าที่ ตรวจสอบและควบคุมระบบข้อมูลที่มาจากอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่าย โดยคุณสามารถกำหนดว่าข้อมูลนั้น อนุญาตให้เพื่อนๆหรือพนักงานเข้าถึงข้อมูลไหนบ้าง หากเป็นผู้บุกรุกจะไม่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลนั้นได้ ทั้งนี้ การมี firewall จะตรวจสอบผู้ใช้ก่อนเข้าถึงข้อมูล การมี Firewall นี้ จะช่วยให้คอมพิวเตอร์ในเครือข่าย ได้รับการป้องกัน ไม่ให้ Hacker หรือซอฟต์แวร์อันตราย โจมตี เข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณผ่านทางเครือข่ายหรืออินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ Firewall ยังช่วยป้องกันไม่ให้คอมพิวเตอร์ที่เป็นเหยื่อมัลแวร์นั้น ส่งซอฟต์แวร์อันตรายไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นอีกด้วย
Firewall เป็นคอมโพเน็นต์ที่สามารถควบคุมการเข้าถึงของข้อมูลแปลกปลอม ระหว่างเน็ตเวิร์กภายนอกและภายใน การควบคุมการเข้าถึงของ Firewall นั้น สามารถทำได้หลายระดับและหลายรูปแบบขึ้นอยู่ชนิดหรือเทคโนโลยีของไฟร์วอลล์ที่นำมาใช้ นอกจากนี้ไฟร์วอลล์สามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบได้โดยบังคับใช้นโยบายด้านความปลอดภัย โดยการกำหนดกฎให้กับไฟร์วอลล์ว่าจะอนุญาตหรือไม่ให้ใช้เซอร์วิสชนิดใด หรือทำให้การพิจารณาดูแลและการตัดสินใจด้านความปลอดภัยของระบบเป็นไปได้ง่ายขึ้น เนื่องจากการติดต่อทุกชนิดกับเน็ตเวิร์กภายนอกจะต้องผ่านไฟร์วอลล์ การดูแลที่จุดนี้เป็นการดูแลความปลอดภัยในระดับของเน็ตเวิร์ก (Network-based Security) เพราะเป็นสิ่งที่บันทึกข้อมูล กิจกรรมต่างๆ ที่ผ่านเข้าออกเน็ตเวิร์กได้อย่างมีประสิทธิภาพป้องกันเน็ตเวิร์กบางส่วนจากการเข้าถึงของเน็ตเวิร์กภายนอก เช่นถ้าหากเรามีบางส่วนที่ต้องการให้ภายนอกเข้ามาใช้เซอร์วิส (เช่นถ้ามีเว็บเซิร์ฟเวอร์) แต่ส่วนที่เหลือไม่ต้องการให้ภายนอกเข้ามากรณีเช่นนี้เราสามารถใช้ไฟร์วอลล์ช่วยได้
อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าไฟร์วอลล์จะสามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเน็ตเวิร์กได้มากโดยการตรวจดูข้อมูลที่ผ่านเข้าออก แต่อย่าลืมว่าไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด ถ้าผู้ใช้ไม่มีความระมัดระวังการเข้าถึงข้อมูลจากภายนอก

วิธีการป้องกันข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ประกอบการให้รอดพ้นจากการโจมตี

ต้องยอมรับว่าปัจจุบันคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ทุกสำนักงานจำเป็นต้องมีและขาดเสียไม่ได้แล้ว บางครั้งพนักงานใช้คอมพิวเตอร์มากเสียกว่าปากกาด้วยซ้ำไป แม้คอมพิวเตอร์จะมีประโยชน์ต่อการทำงานค่อนข้างมากแต่ก็มีข้อบกพร่องอยู่พอสมควรเหมือนกัน ที่เห็นชัดที่สุดคงเป็นเรื่องไวรัสและเหล่านักแฮกเกอร์ทั้งหลายที่คอยลอบโจมตีระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์หรือขโมยข้อมูลของผู้ประกอบการอยู่ตลอด แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักแก้ไขปัญหาหลังจากติดไวรัสหรือโดนขโมยข้อมูลไปแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดอย่างมหันต์ เพราะเมื่อถึงเวลาอาจเกิดความเสียหายกับกับข้อมูลทางธุรกิจไปแล้วก็เป็นได้ ทางที่ดีผู้ประกอบการควรป้องกันตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้ไวรัสหรือแฮกเกอร์สามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญของเราได้

1. ใช้โปรแกรมแอนตี้ไวรัส

โปรแกรมแอนตี้ไวรัสคืออาวุธหลักที่จะช่วยป้องกันคอมพิวเตอร์ให้รอดพ้นจากการโจมตีของไวรัสคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นโปรแกรมสำคัญที่ผู้ประกอบการทุกท่านต้องติดตั้งไว้ในคอมพิวเตอร์เลยทีเดียว เพราะโปรแกรมถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกัน ค้นหา และทำลายไวรัสในเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการทำงานผิดพลาดของโปรแกรมต่างๆ และระบบประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ โปรแกรมแอนตี้ไวรัสที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงต้องเป็นโปรแกรมที่อัพเดตข้อมูลไวรัสจากทางเซิร์ฟเวอร์บริษัทผู้ผลิตตลอดเวลา อีกทั้งยังต้องไม่กินพื้นที่การทำงานบนเครื่องมากจนเกินไปนักเพราะอาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานได้ช้าลง ซึ่งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสสามารถหาซื้อได้จากร้านขายโปรแกรมทั่วไปและมีให้เลือกมากมายหลากหลายค่ายผู้ผลิต ไม่ว่าจะเป็นของบริษัท McAfee, Kaspersky Lab, หรืิอ Eset (Nod32) ฯลฯ หรือเราอาจดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ตก็ได้ เพราะปัจจุบันบริษัทได้ทำโปรแกรมออกมาให้ดาวน์โหลดใช้งานฟรี เช่น ของค่าย AVG เป็นต้น

2. Firewall คือสิ่งควบคุมการเข้าออกของข้อมูล

สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล Firewall (ไฟร์วอลล์) จัดเป็นโปรแกรมพื้นฐานอีกหนึ่งอย่างที่ำจำเป็นต้องติดตั้งเอาไว้ในเครื่อง เพราะ Firewall จะทำหน้าที่เสมือนเป็นกำแพงผู้พิทักษ์ในการตรวจสอบการส่งผ่านข้อมูลจากระบบเน็ตเวิร์กมายังตัวเครื่องและจากตัวเครื่องออกไปสู่ระบบเน็ตเวิร์ก มันช่วยบล็อกการส่งข้อมูลที่ไม่จำเป็นรวมถึงการเข้าถึงข้อมูลภายในเครื่องคอมพิวเตอร์จากภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาตตามที่เราตั้งค่าเอาไว้ ช่วยห้ข้อมูลภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ปลอดภัยและไม่ถูกเจาะระบบเพื่อดูดเอาข้อมูลความลับทางธุรกิจออกไปอย่างแน่นอน

3. ใช้ VPN เพิ่มความปลอดภัยในระบบเครือข่าย

การติดต่อสื่อสารระหว่างกันภายในองค์กรบริษัทไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่เดียวกันหรือต่างสถานที่ผ่านระบบโครงข่ายเซิร์ฟเวอร์ของทางบริษัทจำเป็นต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมมากเป็นพิเศษ เพราะข้อมูลลับทางธุรกิจส่วนหนึ่งถูกส่งผ่านช่องทางนี้เช่นกัน การใช้ระบบเครือข่าย VPN (Virtual Private Network) จะช่วยให้การส่งข้อมูลผ่านเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทมีความปลอดภัยและรัดกุมมากขึ้น เพราะมีการเข้ารหัสด้วยตัวระบบก่อนที่ทำการส่งข้อมูลเสมอ จึงเป็นเรื่องยากหากผู้ไม่ประสงค์ดีจะมาดักและแท็บข้อมูลไปจากเครือข่าย

4. ใช้การตั้งค่ารหัสผ่านเพื่อจำกัดการเข้าถึง

ผู้ประกอบการต้องให้พนักงานตั้งรหัสผ่านส่วนบุคคลเพื่อยืนยันตัวตนที่แท้จริงของพนักงานผู้นั้นเพื่อล็อกอินเข้าใช้ระบบหรือดาวน์โหลดเอกสารสำคัญของบริษัทด้วย การตั้งค่ารหัสผ่านจัดเป็นสิ่งแรกๆ ที่ผู้ประกอบการควรทำเมื่อต้องใช้คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายในการทำธุรกิจ เพราะมีความปลอดภัยสูงมากและต้นทุนการดำเนินงานไม่มากนัก หลักการตั้งรหัสผ่านที่ดีคือต้องตั้งรหัสเป็นตัวอักษรผสมกับตัวเลขที่คาดเดาได้ยากและควรมีจำนวนอย่างต่ำ 8 ตัว และหากเป็นในส่วนการเข้าถึงข้อมูลหรือเพื่อดาวน์โหลดเอกสารสำคัญของบริษัท รหัสผ่านควรมีการเปลี่ยนสม่ำเสมอด้วยเพื่อเพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นไปอีก

วิธีการป้องกันข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ประกอบการให้รอดพ้นจากการโจมตีด้วยไวรัสและการล้วงข้อมูลของเหล่าบรรดานักแฮกเกอร์ที่ดีที่สุดต้องเริ่มต้นที่ตัวของผู้ประกอบการและพนักงานก่อนเป็นสำคัญ เพราะวิธีการที่นำเสนอมาจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยหากผู้ใช้งานขาดซึ่งความรู้และทำตัวไม่ภักดีต่อบริษัทด้วยการนำข้อมูลจากภายในออกไปให้คู่แข่งภายนอก ดังนั้นนอกจากการสแกนคอมพิวเตอร์เพื่อหาไวรัสแล้ว ก็ควรสแกนพนักงานเพื่อหาสายลับควบคู่กันไปในตัวด้วย จึงจะเป็นการป้องการรั่วไหลของข้อมูลที่ดีที่สุด เพราะถึงอย่างไรเสียไวรัสที่ว่าร้ายก็ยังมิอาจสู้ใจคนที่คิดคดเป็นแน่แท้

เทคนิคการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลให้กับเว็บไซต์

เทคนิคการรักษาความปลอดภัยมีอยู่ 2 ด้าน คือ เทคนิคการรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ในฐานะของเจ้าของเว็บไซต์ที่ไม่ต้อง การให้เว็บไซต์ถูกคุกคามจากผู้ไม่หวังดี หรือผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล และเทคนิคการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ ตลอดจนการสร้างเว็บไซต์ให้เป็นที่น่าเชื่อถือและแสดงออกถึงความปลอดภัยในการ เข้ามาใช้งาน ในประเทศไทยประเด็นเรื่องความไม่ปลอดภัยในการใช้งานเว็บไซต์เป็นประเด็นที่ สำคัญที่สุด ที่ทำให้การพัฒนาด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ยังไม่มีผู้ใช้งานมากเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากความไม่ปลอดภัยจริง ๆ แต่บางส่วนเกิดจากความไม่เข้าใจอันจะนำไปสู่ความไม่น่าเชื่อถือ ทำให้การพัฒนาอีคอมเมิร์ซ ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร ความปลอดภัยจะครอบคลุมถึงความปลอดภัยในเรื่องของข้อมูลเป็นสำคัญ เนื่องจากอีคอมเมิร์ซเป็นการทำงานอยู่บนระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้ข้อมูลที่อยู่บนระบบสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะข้อมูลที่สำคัญ เช่น ข้อมูลด้านการเงินที่ต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ดีที่สุด

จริง ๆ แล้ว การชำระสินค้าออนไลน์ผ่านบัตรเครดิต ถือว่าเป็นวิธีการจ่ายเงินที่ปลอดภัยทางหนึ่งบนโลกออนไลน์ เพราะมีบริษัทบัตรเครดิตคุ้มครองการชำระเงินอยู่ อีกทั้งยังมีรอบจ่ายที่ยืดเวลา ทำให้ขณะที่ตัดผ่านบัตรเครดิตยอดเงินยังไม่ได้ถูกชำระจริงในเวลาที่ซื้อ นี่ยังไม่รวมโปรโมชั่นต่าง ๆ ของบริษัทบัตรเครดิตที่มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าในการใช้วงเงิน แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้ผู้ซื้อกลับไม่มั่นใจในการชำระสินค้าออนไลน์ด้วยวิธีนี้มากนัก อาจเพราะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการขโมยข้อมูลหมายเลขบัตรเครดิตของแฮกเกอร์ แต่กลับไม่กลัวในการใช้บัตรเครดิตกับร้านค้าย่อย ๆ ไม่เคยตามพนักงานเข้าไปดูว่ามีการทำอะไรกับบัตรเครดิตเราบ้าง เพราะมั่นใจว่าเป็นร้านที่มีตัวตน

ระบบรักษาความปลอดภัยบนเว็บไซต์ ยังคงไม่มี ศักยภาพ และมีข้อจำกัดด้านการขยายตามขนาด ให้สอดคล้องกับการเติบโตขององค์กรลูกค้าโดยเฉพาะใน enterprise “ความลับด้านลบ” ของอุตสาหกรรมการรักษาความปลอดภัยระบบสารสนเทศในปัจจุบัน คือ ผลิตภัณฑ์เกตเวย์ระบบรักษาความปลอดภัยบนเว็บส่วนใหญ่มีสถาปัตยกรรมที่ไม่สามารถปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการขององค์กรได้ ขยายรับจำนวนผู้ใช้งานมากๆไม่ได้

ตรวจสอบเครือข่ายเพื่อรักษาความปลอดภัยในการเข้าเว็บไซต์

เป็นเรื่องดีที่จะระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อใดก็ตามที่คุณออนไลน์โดยใช้เครือข่ายที่คุณไม่รู้จักหรือไม่ไว้วางใจอย่างเช่น การใช้ Wi-Fi ฟรีที่ร้านกาแฟในท้องถิ่น ผู้ให้บริการสามารถเฝ้าติดตามการสื่อสารในเครือข่ายของตนได้ทั้งหมด ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณด้วย

ตรวจหาสัญญาณเกี่ยวกับการเชื่อมต่อของคุณกับเว็บไซต์เมื่อคุณท่องเว็บ ขั้นแรก ดูแถบที่อยู่ในเบราว์เซอร์เพื่อตรวจสอบว่า URL นั้นดูเหมือน URL จริงๆ คุณควรตรวจสอบเพื่อดูว่าที่อยู่เว็บเริ่มต้นด้วย https:// ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการเชื่อมต่อของคุณไปยังเว็บไซต์มีการเข้ารหัสและต้านการสอดแนมหรือการปลอมแปลงสูงขึ้นด้วย บางเบราว์เซอร์มีไอคอนรูปกุญแจล็อกในแถบที่อยู่ข้างๆ https:// เพื่อระบุชัดเจนขึ้นว่าการเชื่อมต่อของคุณมีการเข้ารหัสและคุณเชื่อมต่ออย่างปลอดภัยมากขึ้น

เมื่อคุณเชื่อมต่อผ่านทางเครือข่าย Wi-Fi สาธารณะ ผู้ใดก็ตามในบริเวณใกล้เคียงสามารถตรวจดูการส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ของคุณและฮอตสปอต Wi-Fi หากการเชื่อมต่อของคุณไม่ได้รับการเข้ารหัส หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมสำคัญอย่างเช่น การทำธุรกรรมธนาคารหรือการช้อปปิ้งผ่านทางเครือข่ายสาธารณะ

หากคุณใช้ Wi-Fi ที่บ้าน คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณใช้รหัสผ่านเพื่อรักษาความปลอดภัยให้เร้าเตอร์ของคุณ เพียงแค่ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือผู้ผลิตเราเตอร์ในการกำหนดรหัสผ่านของคุณเองสำหรับเราเตอร์แทนที่จะใช้รหัสผ่านเราเตอร์ที่เป็นค่าเริ่มต้นซึ่งอาชญากรอาจจะล่วงรู้ หากอาชญากรสามารถเข้าถึงเราเตอร์ของคุณ พวกเขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าและสอดแนมกิจกรรมออนไลน์ของคุณได้

ขั้นสุดท้าย คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้รักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่าย Wi-Fi ที่บ้านของคุณ เพื่อให้ผู้อื่นไม่สามารถใช้เครือข่ายในชั้นความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งหมายถึงการตั้งค่ารหัสผ่านเพื่อปกป้องเครือข่าย Wi-Fi ของคุณ และเช่นเดียวกันกับรหัสผ่านอื่นๆ ที่คุณเลือก โปรดแน่ใจว่าคุณเลือกรหัสผ่านที่ผสมระหว่างตัวเลข ตัวอักษร และสัญลักษณ์ที่ยาวและไม่ซ้ำเพื่อให้ผู้อื่นไม่สามารถที่จะคาดเดารหัสผ่านของคุณได้โดยง่าย คุณควรจะเลือกการตั้งค่า WPA2 เมื่อคุณกำหนดค่าเครือข่ายเพื่อการปกป้องในระดับที่สูงขึ้น

ระบบรักษาความปลอดภัย SSL ช่วยป้องกันข้อมูลการซื้อขายรั่วไหล

neccdc.org

ในปัจจุบันมีเว็บไซต์ทางธุรกิจเกิดขึ้นอยู่มากมาย ใช้ในการทำธุรกิจด้านต่างๆ เช่น การสั่งสินค้า การโฆษณาสินค้า การรับส่งข้อมูลสำคัญ แต่หากเว็บไซต์ไม่มีการป้องกันและรักษาความปลอดภัยจากการขโมยหรือดักจับข้อมูลเลย อาจทำให้เว็บไซต์เป็นอันตรายจากบรรดาแฮคเกอร์ได้ ทำให้บริษัทต่างๆใช้ระบบการป้องกัน SSL บนเว็บไซต์ ทำให้มั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าข้อมูลจะไม่รั่วไหลออกไป

การรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์มีเทคนิคง่ายๆ

คือ เทคนิคการรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ในฐานะของเจ้าของเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการให้เว็บไซต์ถูกคุกคามจากผู้ไม่หวังดี หรือผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล และเทคนิคการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้เข้าชมเว็บไซต์ ตลอดจนการสร้างเว็บไซต์ให้เป็นที่น่าเชื่อถือและแสดงออกถึงความปลอดภัยในการเข้ามาใช้งาน

การรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ในประเทศไทยยังเป็นประเด็นสำคัญที่สุด เนื่องจากผู้ใช้งานไม่กล้าใช้งาน เพราะเห็นว่ามีความไม่ปลอดภัย หรือมีความไม่น่าเชื่อถือ ทำให้การทำธุรกิจทางอินเตอร์เน็ตไม่มีความก้าวหน้า ความปลอดภัยจะครอบคลุมถึงความปลอดภัยในเรื่องของข้อมูลเป็นสำคัญ และการทำธุรกิจผ่านทางอินเตอร์เน็ตทำให้ข้อมูลที่อยู่ในระบบมีการเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะข้อมูลที่สำคัญ เช่น ข้อมูลด้านการเงินที่สำคัญที่สุด การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต ที่มีความปลอดภัยที่สุดบนอินเตอร์เน็ต แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้ผู้ซื้อสินค้ายังไม่มั่นใจในการใช้บริการชำระเงินผ่านอินเตอร์เน็ตกันมากนัก

การเข้ารหัส SSL

คือการเข้าระบบรักษาความปลอดภัยในเว็บไซต์ ใช้ในการตรวจสอบและยืนยันว่ามีตัวตนจริงๆ ซึ่งสามารถนำมาตรวจสอบผู้ขายสินค้า โดนระบบจะทำการติดต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ หลังจากนั้น SSL จะออกใบรับรองกลับมาพร้อมกับรหัส หลังจากนั้นผู้ซื้อสินค้าจะตรวจสอบใบรับรองและนำรหัสเข้าไปยังหน้าเว็บไซต์ได้อย่างปลอดภัย

การทำการค้าในโลกอินเตอร์เน็ตไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขาย ควรระมัดระวังข้อมูลส่วนตัวและรายละเอียดการชำระเงินอยู่ตลอดเวลา ทุกคนสามารถตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ง่ายๆ ทางผู้ซื้อและผู้ขายจึงควรมีความเข้าใจในการป้องกันข้อมูลด้วยระบบรักษาความปลอดภัย SSl ของตนเองในระดับหนึ่ง

Cloud Security ระบบป้องกันภัยคุกคามจากอินเตอร์เน็ต

Cloud เป็นการประมวลผลที่อิงกับความต้องการของผู้ใช้

โดยผู้ใช้สามารถระบุความต้องการไปยังซอฟต์แวร์ของระบบ Cloud Computing จากนั้นซอฟต์แวร์จะร้องขอให้ระบบจัดสรรทรัพยากรและบริการให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ โดยระบบสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนทรัพยากรให้พอเหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องทราบการทำงานเบื้องหลังว่าเป็นอย่างไร เป็นการทำงานโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มากมายบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งเราเพียงแต่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยไม่ต้องสนใจว่าทรัพยากรที่ใช้อยู่นั้นมาจากต่างที่ต่างระบบเครือข่าย ทั้งที่อยู่ใกล้ๆหรือไกลออกไป เป็นการใช้ทรัพยากรภายในเครือข่ายขนาดใหญ่ จึงใช้สัญลักษณ์รูปก้อนเมฆแทนที่ตั้งของทรัพยากรคอมพิวเตอร์ทั้งหมดที่มีไว้ ให้บริการโดยผู้ให้บริการบุคคลที่สามแทน

Cloud Security

เป็นระบบที่ทำให้การติดตั้ง การอัพเดท และการควบคุมดูแลเป็นเรื่องง่าย ซึ่งเหมาะสมกับธุรกิจขนาดย่อมที่ไม่มีทรัพยากรทางด้าน IT หรือมีอยู่อย่างจำกัด และมีเครื่องคอมพิวเตอร์มากกว่า 5 หรือ 10 เครื่อง ด้วยระบบที่สามารถติดตั้งและควบคุมดูแลระบบรักษาความปลอดภัยของเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องผ่านบัญชีบนหน้าเว็บเพียงบัญชีเดียวทำให้คุณและลูกจ้างของคุณสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่โดยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย Cloud Security จะทำให้คุณได้สัมผัสกับที่สุดของความลงตัวโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้าน IT ไม่ว่าจะเป็นระบบรักษาความปลอดภัยที่มีศูนย์กลางการควบคุมที่มีฐานข้อมูลไวรัสใหม่ตลอดเวลา

ปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณด้วยแอนตี้ไวรัส แอนตี้มัลแวร์ ระบบป้องกันภัยคุกคามจากอินเตอร์เนต ระบบการป้องกันการหลอกลวง ระบบบริหารการใช้งานของผู้ใช้งาน และอื่นๆ ได้อย่างง่ายดายเพียงแค่สมัครใช้บริการ เข้าสู่แผงควบคุมจากหน้าเบราว์เซอร์ และกระจายการป้องกันไปยังทุกเครื่องบนเครือข่ายของคุณจากระยะไกลด้วยเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง การบริหารจัดการสามารถทำได้สะดวกรวดเร็วและประหยัดเวลาในการเดินทางโดยวิธี Remote Access ผ่านระบบรักษาความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี SSL-VPN เสมือนท่านบริหารจัดการอยู่หน้าเครื่องด้วยตนเอง

แม้ว่าเทคโนโลยีการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆจะมีประโยชน์มากมายก็ตาม แต่ก็อาจมีประเด็นด้านความปลอดภัยหลายด้านอาทิเช่น เมื่อมีการส่งข้อมูลขององค์กรไปยังเครือข่ายสาธารณะ จะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าการส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายมีความปลอดภัย? ในทุกขั้นตอนของการส่งข้อมูล การประมวลผล การรักษาผลลัพธ์ที่ได้นั้นเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้อมูลดังกล่าวเชื่อถือได้ ผู้ให้บริการมีมาตรการเก็บรักษาข้อมูลของลูกค้าอย่างไร?  มั่นใจได้อย่างไรว่าผู้ให้บริการจะรับผิดชอบต่อข้อมูลของเรา และข้อมูลที่ประมวลผลเสร็จแล้วจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ? ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้ผู้ใช้บริการยังขาดความมั่นใจและเชื่อมั่นในการใช้งานดังกล่าวได้